มาติช กองกลางจอมเยือกเย็น

เมื่ออยู่กลางสนาม "เนมานย่า มาติช" เหมือนกับต้องเจอสงครามตลอดเวลา เขาต้องสู้รบปรบมือกับกองกลางคู่แข่ง
ปักหลักป้องกันเกมรับ และบางจังหวะทำหน้าที่เสมือน ควอเตอร์แบ็ก วางบอลสวยๆให้เพื่อนขึ้นไปทำประตู
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า มาติช มีบุคลิกที่โดดเด่นกว่าแดนกลางทั่วไปตรง "ความเยือกเย็น"
เขาอาจช้าไปบ้างในบางจังหวะ แต่ทุกการเคลื่อนไหวของตัวเขามีประโยชน์เสมอ
"สติ" เป็นสิ่งสำคัญที่ มาติช มีเสมอในสนาม ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นแค่ไหน ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้
เป็นสิ่งที่เขาเคยพบเจอมาแล้วในวัยเด็ก
เขาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านวเรโล สมัยนั้นยังเป็นเขตปกครองของประเทศยูโกสลาเวีย
มาติชก็เป็นเด็กทั่วไปที่เล่นฟุตบอลกับเพื่อน แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็เริ่มรู้จักกับสิ่งมืดมนบนโลกที่เรียกว่า "สงคราม"
ในช่วงปี 1999 ที่สงครามโคโซโวกำลังคุกรุ่น สหรัฐอเมริกาโจมตีเมืองของเขาด้วยระเบิดยาวนานถึง 3 เดือน
ในวัยเพียงแค่ 12-13 ปี เขาจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่กับมัน เคยชินกับเสียงระเบิดให้ได้
"ผมถามพ่อว่า อะไรเกิดขึ้นด้านบน คุณพ่อไม่สามารถอธิบายให้ผมฟังได้ มันเป็นช่วงเวลาที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต"
ท่ามกลางเสียงระเบิดไปทั่วเมือง มาติช เล่าให้ฟังว่า เขายังคงมุ่งมั่นกับการเล่นฟุตบอลเท่านั้น
เขาฝึกฟุตบอลกับคุณพ่อในยามสงคราม ซึ่งในช่วงที่เขาต้องอยู่ในสภาพบ้านเมืองแบบนั้น ก็มีแต่ฟุตบอล
ที่เหมือนเป็นยาสมานแผล ทำให้จิตใจของเขาและคนหมู่บ้าน วเรโล ไม่บอบช้ำจนเกินไป
แม้ มาติช จะได้สัญญาจากสโมสรเชลซี ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เขากลายมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียง แต่มาติช
ก็ยังไม่ลืมภาพความแร้นแค้นที่เกิดขึ้นในบ้านเกิด ซึ่งทุกวันนี้ ก็ยังคงไม่ต่างไปจากเดิม
ประชากร 1,600 คนในละแวกนั้นต่างไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย ซื้ออาหารการกินตามร้านขายของชำเพื่อประทังชีวิต
แต่ส่วนใหญ่ เป็นการ "ติดไว้ก่อน" กับเจ้าของร้าน ทำให้ทุกวันนี้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่าง ลูกหนี้ และ เจ้าหนี้
โดยที่ลูกหนี้ไม่รู้ว่าจะไปหาเงินจ่ายจากไหน
บอสโก้ ซาริช คุณครูใหญ่ประจำโรงเรียนแห่งหมู่บ้าน วเรโล เล่าว่า มาติช นำรายได้ของเขาส่วนหนึ่งไปใช้หนี้ของกิน
ของใช้ ที่ชาวเมืองติดไว้ทั้งหมด และนำข้าวของที่จำเป็นมาแจกจ่ายให้กับชาวเมือง
เขายังนำเงินส่วนที่เหลือไปซื้อลูกฟุตบอล และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับกีฬาหลายๆชนิด อาทิ บาสเก็ตบอล ,
แฮนด์บอล และแชร์บอล แถมยังช่วยจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเพื่อสร้างก็อกน้ำสาธารณะให้ประชาชนได้ดื่มกิน
อยู่หน้าโบสถ์ประจำเมือง

"เขาเคยเป็นแบบไหน ก็ยังเป็นแบบนั้น จากเด็กตัวเล็กๆในหมู่บ้าน ที่เล่นฟุตบอลในเซอร์เบีย
แม้ทุกวันนี้เขาจะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่เนมานย่า ใช้ชีวิตไปในทางที่ถูก เขาเป็นคนที่เอาชนะอุปสรรคมาได้ตั้งแต่เด็ก
กระทั่งวันนี้ เขากำลังจะสอนให้คนในเมือง เอาชนะมันให้ได้เหมือนเขา" " ครูใหญ่ ซาริช กล่าวทิ้งท้าย
มาติช เลือกชีวิตที่มีความสุขได้ ในรูปแบบของตัวเอง เขาเลือกที่จะเป็นผู้ให้ พอใจ และมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่
นั่นทำให้เขาเป็นคนที่มีจิตใจมั่นคง เยือกเย็น และเล่นฟุตบอลอย่างมีวุฒิภาวะในสนาม แบบที่เราทุกคนเห็นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *