10 อันดับดาวซัลโว แห่งบอลถ้วยยุโรป

1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (123 ประตู)
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คว้าแชมป์ ยูเอฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก ปี 2008
กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับทีม รีล มาดรด
ได้แชมป์ ยูเอฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 4 สมัย ปี 2014,2016,2017,2018 และ แชมป์ ยูฟ่า
ซูเปอร์ คัพ 2014,2017
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงใน แชมเปี้ยนลีกส์ 121 ประตู และอีก 2 ประตู
ในซุปเปอร์ คัพ รวมสองรายการแล้ว “CR7” ซัลโวได้มากถึง 123 ประตู
จากการลงสนาม 161 นัด
2.ลิโอเนล เมสซี่ (106 ประตู)
เมสซี่ยิงไปแล้ว 106 ประตู ใน ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนลีก และยูเอฟ่า ซูเปอร์ คัพ
จากการลงเล่น 130 เกม
เมสซี่เป็นนักเตะจากอะคาเดมี่ของบาร์เซโลน่า (2001-04)
เริ่มต้นเล่นบอลอาชีพกับบาร์ซ่า ปี 2003 และค้าแข้งที่นี่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
เรียกได้ว่าตั้งแต่ออกจากศูนย์ฝึกหัดของ นีเวลส์ โอลด์ บอย (1994-2000)
มาเล่นในยุโรป เขาเล่นกับบาร์เซโลน่า เพียงทีมเดียวเท่านั้น
เมสซี่ ซิวแชมป์ ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนลีก 4 สมัย ปี 2006 , 2009 , 2015
และซูเปอร์ คัพ 3 สมัย ปี 2009 , 2011 , 2015
ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวได้ทำแฮตทริก ในเกมเปิดคัมป์ นู ถล่ม พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น
4-0 ศึกแชมเปี้ยนลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดแรก กลุ่มบี เมื่อวันอังคารที่ 18 กันยายน
ตอนนี้เมสซี่ ทำสถิติเป็นผู้เล่นที่ทำแฮตทริกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ
แชมเปี้ยนลีก จำนวน 8 ครั้ง ขณะที่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำได้ 7 ครั้ง
ขณะเดียวกัน เมสซี่ยังเป็นนักเตะคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์
ที่ทำประตูในยูเอฟ่า แชมเปี้ยนลีก ติดต่อกันเป็นฤดูกาลที่ 14 ต่อจาด ราอูล
กอนซาเลซ ตำนานดาวยิง รีล มาดริด
3.ราอูล กอนซาเลซ (76 ประตู)

ราอูล เล่นกับ รีล มาดริด ตั้งแต่เป็นนักเตะเยาวชน (1992-94)
จนกระทั่งขึ้นมาเล่นฟุตบอลอาชีพกับราชันชุดขาว ตั้งแต่ปี 1994
ซึ่งเขาค้าแข้งที่นี่ยาวจนถึงปี 2010 ก่อนย้ายไป ชสลเก้ 04 (2010-12) ,อัล ซาดด์
ทีมในลีกกาตาร์ (2014-15) เป็นทีมสุดท้ายในอาชีนักเตะ
ราอูล วัย 41 ปี ยิง 71 ประตู ในยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (รีล มาดริด 66 และ
ชาลเก้ 5 ประตู) พร้อมกับทำได้ 4 ลูก ในยูโรปา ลีก , 1 ลูก ในซูเปอร์ คัพ
ของยุโรป
สรุปแล้ว ราอูลยิงประตูบนเวทีสโมสรยุโรปทั้งสิ้น 76 ประตู จาก 161 นัด
ได้แชมป์ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนลีก 3 สมัย ปี 1998 , 2000 , 2002 และแชมป์ ยูเอฟ่า
ซูเปอร์ คัพ 2002 กับ รีล มาดริด ด้วย
4.ฟิลิปโป้ อินซากี้ (70 ประตู)
“ปิ๊ปโป้” อดีตกองหน้าทีมชาติอตาลี วัย 45 ปี
เป็นหนึ่งในเพชรฌฆาตจอมสังหาร เขาเก่งทั้งเท้าซ้าย เท้าขวา ลูกโหม่ง
หรือแม้กระทั่งลูกจุดโทษ ที่ผ่านมาเขายิง 50 ประตู ในศึก ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนลีก , 2
ประตู ในคัพ วินเนอร์ คัพ , 10 ประตู ในยูโรปา ลีก , 7 ประตู ในอินเตอร์ โตโต้ คัพ
, 1 ลูก ในซูเปอร์ คัพ แมตช์แห่งความทรงจำของ อินซากี้ คือ
เกมที่เขาเหมาคนเดียว 2 ประตู นำเอซี มิลาน ล้างตา ลิเวอร์พูล 2-1 ใน ยูฟ่า
แชมเปี้ยนลีก 2006-07 นัดชิงชนะเลิศ ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม กรุง เอเธนส์ เมื่อวันที่
23 พฤษภาคม 2007
อินซากี้ ทำประตูได้ทั้งหมด 70 ประตู จากการลงสนาม 14 นัด
ในการเล่นฟุตบอลสโมสร ยุโรป กับ ปาร์ม่า , ยูเวนตุส , เอซี มิลาน ,
และได้แชมป์ยูเอฟ่า อินเตอร์ โตโต้ คัพ 199 กับยูเวนตุส และสมัยเล่นกับ เอซี
มิลาน เขาซิวแชมป์ แชมเปี้ยนลีก 2003 , 2007 และ ซูเปอร์ คัพ 2003 , 2007
5.แกร์ด มุลเลอร์ (69 ประตู)
อดีตดาวยิงทีมชาติเยอรมันตะวันตก และตำนานของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค
(1964-79) เป็นเจ้าของฉายา “แดร์ บอมเบอร์” หรือ เครื่องบินทิ้งระเบิด
เขาคว้ารางวัลบัลลง ดอร์ หรือ ลูกบอลทองคำ
ในฐานะนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรปเมื่อปี 1970

แกร์ด มุลเลอร์ ยิง 35 ประตู ในถ้วยเก่าสมัยเป็น ยูโรเปี้ยน คัพ , 20 ประตู
ในคัพ วินเนอร์ คัพ , 11 ประตู ในย๔เอฟ่า คัพ และอีก 3 ประตู ในซูเปอร์ คัพ
รวมแล้ว เขาทำได้ทั้งหมด 69 ประตู จากการลงสนาม 71 นัด
ในการเล่นบอลสโมสรยุโรป โดยได้แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ 3 ปีซ้อน (1974 , 1975 ,
1976) และแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ 1967 กับบาเยิร์น ทั้งหมด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *